|
2007-09-25 Tue 17:22
Title: ... SiN ...
Paring: Kang-Kyu-Teuk Author : HaneiBee “เลิกเล่นเกมส์ได้แล้ว พวกนายสองคนน่ะ!” มือของผมชะงักตามเสียงที่ดังแทบจะทันที ผิดกับใครอีกคนที่นั่งอยู่อีกฝากหนึ่งของโต๊ะ... จนลีทึกเจ้าของเสียงดุ ๆ เมื่อกี้เดินเข้ามาคว้าเจ้าเครื่องเกมส์สีขาวในมือคนที่ไม่ยอมหยุดเล่นไป .......คงมีแต่ลีทึกคนเดียวที่กล้าทำแบบนี้กับคังอิน “ยังไม่เริ่มถ่ายไม่ใช่เหรอ ? อย่ามามั่วกับฉันได้ไหม ทึกกี้!” เจ้าหมีคังขมวดคิ้วมุ่นตวัดหน้าขึ้นไปมองคนที่ดึงเครื่องเกมส์ของตัวเองไป “ไปทำผมสิคยู คนอื่นเรียบร้อยกันหมดแล้ว” ไม่เพียงแต่ไม่ฟังที่คังอินพูดยังหันมาบอกให้ผมลุกขึ้นอีก... ผมมองเครื่องเกมส์ของพี่คังอินในมือลีดเดอร์หน้าสวย มือนั่นกำจนแน่น.... แน่นจนเหมือนต้องการสื่ออะไรบางอย่างออกมา สุดท้ายผมก็วางเกมส์แบบเดียวรุ่นเดียวกันกับที่ลีทึกกำไว้ในมือจะต่างกันก็ที่สี.... ผมกับพี่คังอินซื้อเกมส์มาพร้อมกันของพี่คังอินสีขาวส่วนของเป็นผมสีชมพูอ่อน.... ลงไว้บนโต๊ะแล้วเดินผ่านพี่ลีทึกไป ผมชอบสายตาของพี่ลีทึกเวลาที่มองเครื่องเกมส์ของผมกับพี่คังอินจัง.... สายตาที่เยือกเย็นราวกับน้ำแข็งใต้มหาสมุทรลึกๆ .................... แล้วก็ยิ่งชอบใจไปใหญ่เวลาที่พี่เค้าเบือนหน้าหนี “เอาเนื้อปลามานี่สิ....” พอพักจากถ่ายรูปทางทีมงานก็นำข้าวกล่องมาให้เหมือนกับทุกครั้ง แล้วมันก็เหมือนกับหนังม้วนเดิมที่ฉายซ้ำๆ ผมไม่ชอบกินเนื้อปลาเท่าไหร่..... เป็นที่รู้กันดีสำหรับคนในวง พี่คังอินคีบเนื้อไก่ในกล่องของตัวเองมาใส่ไว้ในข้าวกล่องของผมเพื่อแลกกับเนื้อปลาที่ผมไม่ชอบกิน..... ก็แค่ความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น....... ในสายตาคนอื่น แต่สำหรับผม............. มันไม่ใช่ ยิ่งพี่คังอินใส่ใจผมมากเท่าไหร่ ความเห็นแก่ตัวก็เกาะกินหัวใจที่เคยบริสุทธิ์ของผมมากขึ้นเท่านั้น หัวใจคนเราพอมันแปดเปื้อนไปสักนิด..... ก็ลุกลามไปทั่วจนมองแทบไม่เห็นเนื้อแท้เดิมของมัน ...........หัวใจของผมแปดเปื้อนหมดหรือยังนะ ตอนนี้ ?? ผมเหลือบมองพี่ลีทึกที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คนใจดีที่เพิ่งแสดงความใส่ใจต่อผม... บังเอิญพอดีกับที่เค้าก็กำลังมองผมเหมือนกัน ผมรู้สึกชาไปทั่วหน้ากับสายตาแบบนั้น อย่ามองน้องตัวเองด้วยสายตาร้ายกาจแบบนั้นสิ พี่ลีทึกคนดี.... “เดี๋ยวก่อนกลับหอแวะซื้อของกินไปแช่ตู้เย็นไว้หน่อยดีกว่านะ คังอิน.... เมื่อคืนเห็นนายบ่น ๆ ว่าไม่มีอะไรกินเลยนี่” “อืม... แล้วแต่สิ” นี่คือวิธีเบี่ยงเบนความสนใจของพี่คังอินไปจากผม.... มันเป็นวิธีที่พี่ลีทึกทำอยู่เสมอ ๆ ถามว่าได้ผลไหม ผมว่าก็แค่ในระดับหนึ่งนะ.... ระดับล่าง ๆ เสียด้วยซ้ำ ผมมองสู้สายตานั่น..... เหมือนกับทุกครั้งที่เค้าทำแบบนี้ ผมยังศรัทธาในตัวพี่ลีทึก..... เค้าเป็นรุ่นพี่ที่ดี.... สอนผมให้รู้จักกับวงการนี้ เค้าให้ผมแทบจะทุกอย่าง.... แต่นั่นก็แค่ในอดีต สายตาเย็นชาแบบนี้ผมได้สัมผัสกับมันตั้งแต่วันนั้น..... วันที่พี่ลีทึกรู้ว่าผมคิดไม่ซื่อกับพี่คังอิน คงเป็นธรรมดาของสัญชาติญาณการหวงของมนุษย์เรา..... กับความก่ำกึ่งกับการที่จะสูญเสียและการจะคงอยู่ของคนที่ตัวเองรัก..... “ไปหาหมอดีกว่า.... ลุกขึ้นเถอะ” หน้าฝนที่แสนเย็นช่ำเมื่อปีที่แล้ว.... ผมเป็นไข้หนักแต่ก็ยังลากสังขารมาทำงาน ไม่รู้ตัวหรอกว่าฟุบหลับไปตอนไหน ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็มีมืออุ่น ๆ อังอยู่บนหน้าผากของผมแล้ว... ฝ่ามือใหญ่ลูบหัวผมเบา ๆ คล้ายกับกล่อมเด็กเล็ก ๆ ให้ยอมจำนนต่อการไปหาหมอ คนเราก็ต้องการแค่นี้แหละ.... ใครสักคนที่เป็นเหมือนพี่คังอินตอนนั่น..... “ลุกไม่ไหวน่ะฮะ....” พอลืมตาตื่นเต็มที่ก็เห็นว่าเป็นพี่คังอิน เค้ายิ้มๆ ก่อนจะสอดแขนสองข้างเข้ามาประคองตัวผมให้ลุกขึ้น... ตอนนั้นผมทั้งปวดหัว ทั้งไม่มีแรง พอเจอกับอกกว้างๆ อุ่น ๆ เข้าก็ซบลงไป.... ผมเพิ่งเคยทำแบบนี้กับพี่คังอิน อกของพี่ชายคนนี้อุ่นอย่าบอกใคร.... อุ่นจนผมมีความคิดที่ว่าอยากให้อ้อมอกอุ่นๆ นี้เป็นของผมแค่คนเดียว ระหว่างที่พี่คังอินประคองผมไปขึ้นรถเพื่อจะไปหาหมอ ผมได้เหลือบเห็นความเย็นชาที่ส่งผ่านมาจากสายตาของพี่ชายของผมอีกคน..... ปาร์ค จองซู สองคนนี้คบกัน..... ใคร ๆ ก็รู้ ผมหลบสายตาของพี่ลีทึก ผงกหัวขึ้นมาจากอกกว้าง ๆ นั่นทันที มันเหมือนกับคนทำความผิดไว้แล้วโดนจับได้ เหมือนพี่ลีทึกจะรู้ว่าผมกำลังอยากได้คนรักของเค้ามา..... แว่บแรกผมคิดนะ.... ว่า ผมไม่ทำแบบนั้นหรอกน่า ผมนับถือทั้งพี่คังอิน ทั้งพี่ลีทึกพอ ๆ กันด้วยซ้ำ แต่....... พอมารู้ตัวอีกที ผมก็ได้กลายเป็นคนบาปไปเสียแล้ว ทั้งหัวใจที่แปดเปื้อน...... ทั้งร่างกายที่เต็มไปด้วย บาป น่ารังเกียจมากเลยสินะ สำหรับตัวผมในตอนนี้ … “คยูอยู่กับนายหรือเปล่า ซองมิน?!” บาปของผมนับวันก็ยิ่งมากขึ้น ๆ พี่คังอินไม่ได้มองผมในฐานะน้องชายอีกต่อไป เพราะการที่ผมต้องนอนซมอยู่รพ.จากอุบัติเหตุและกลับไปรักษาตัวที่บ้าน ผมกับพี่คังอินจึงเจอกันน้อยลง การพบหน้ากันน้อยครั้ง ทำให้พี่คังอินเริ่มแสดงความรู้สึกลึก ๆ ออกมา..... อย่างเช่นการโทรตามหาตัวผมกับคนโน้นคนนี้ เวลาที่ผมปิดมือถือ ถ้าพี่ลีทึกมีวิธีเบี่ยงเบนความสนใจจากพี่คังอินแบบนั้น.... การปิดมือถือหนีของผมก็เป็นวิธีหนึ่งที่เอาไว้เรียกร้องความสนใจจากพี่คังอินเหมือนกัน.... และผมคิดว่าวิธีของผมได้ผลที่ดีกว่าวิธีเด็ก ๆ แบบนั้นของพี่ลีทึกมากอยู่หลายเท่าตัวทีเดียว “อยู่ ทำไมเหรอ?” พี่ซองมินกรอกตามาทางผมที่นั่งกินแฮมเบอร์เกอร์อย่างสบายอารมณ์ เสียงของพี่คังอินดังจนลอดออกมาจากมือถือนั่น... ผมลอบยิ้มอยู่เงียบ ๆ คนเดียวเมื่อพอจะจับใจความได้ว่าพี่คังอินถามสถานที่ที่ผมกับพี่ซองมินอยู่แล้วก็วางสายไป ผมรู้ว่าพี่ซองมินก็รู้ว่า.... ผมกับพี่คังอิน ความสัมพันธ์เป็นแบบไหน "เดี๋ยวฉันต้องโดนด่าอีก...." ผมยักไหล่ไม่สนใจกับคำโอดครวญของพี่ซองมินเพราะกำลังสนใจกับการนับถอยหลังจับเวลาว่าพี่คังอินจะรีบดิ่งมาหาผมภายในเวลากี่นาที.... แล้วให้หลังไม่ถึงครึ่งชม. ผมก็ได้เห็นสีหน้าโกรธจัดของพี่คังอินโผล่มา..... “บอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าไม่ให้ออกไปไหน ร่างกายนายยังไม่แข็งแรงดี! แล้วมือถืออีกทำไมไม่เปิดเครื่องไว้” “ก็แบตมันหมดน่ะฮะ” “ถ้าแบตหมดแล้วนัดซองมินออกมากินข้าวได้ไง?!” ร่างสูงยังหัวเสียไม่เลิก ผมไม่ได้แก้ตัวอะไรอีก เดินไปขึ้นรถของพี่คังอินตรงที่นั่งด้านหน้า สักพักทั้งเจ้าของรถเองและพี่ซองมินก็เดินตามมา เราแวะส่งพี่ซองมินที่ร้านเสื้อผ้าสักร้านหนึ่งแถว ๆ นั้นลงก่อน แต่พี่คังอินไม่ยอมให้ผมลงด้วย.... เค้าพาผมไปที่หอพัก “พี่ลีทึกหละฮะ?” ความจริงไม่ต้องถามออกไปก็ได้ พี่คังอินคงจะเคลียร์ทางนั้นไว้ดีแล้วถึงกล้ามารับผมที่นี่... เค้าสวมกอดผมจากทางด้านหลังก่อนจะเอาหน้าซุกอยู่กับต้นคอผม... หลังจากพาผมเข้ามาในห้องนอน “จัดรายการเหมือนเดิมแหละ...” เสียงตอบอู้อี้จนฟังแทบไม่ได้ศัพท์จากริมฝีปากที่กำลังจูบผมอยู่... มันทิ่มแทงหัวใจผมเหมือนกันนะ ... เพราะตัวจริงไม่อยู่สินะถึงรีบดิ่งไปรับผมมาแบบนี้ แต่ก็ช่างเหอะ ถ้าแทนด้วยรสจูบหวาน ๆ แบบนี้ก็ถือว่า เจ๊ากันได้อยู่หละ ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองผิด..... แต่ถ้าผมจะผิด ความผิดของผมมีอยู่แค่ความผิดเดียว ……………………………. …………………. …………. คือ ... การที่ผมพบพี่คังอินช้ากว่าพี่ลีทึก ........ก็เท่านั้น Tlu….tlu…..tlu….. มือถือของพี่คังอินดังแผดเสียงร้องขึ้นหลังจากผมผล๊อยหลับไปได้ไม่ถึงชม.ดี และเสียงเรียกเค้าแบบนี้ก็มีอยู่คนเดียว เจ้าของของคนที่ผมกำลังกอดอยู่ “อยู่หอน่ะ.... นอนแล้ว .......อืมๆๆ ..........’ ผมเคยคิดอยู่หลายครั้งนะว่าถ้าผมแกล้งส่งเสียงอะไรออกไปให้พี่ลีทึกได้ยิน...... จะเกิดอะไรขึ้น..... แต่ก็แค่คิด ผมซุกหน้าลงกับอกอุ่น ๆ ของพี่คังอิน หลังจากเค้าวางโทรศัพท์ไว้บนหัวเตียงตามเดิม..... ผมกอดเค้า .....ถูหน้าไปมาเหมือนเวลาลูกแมวมันอ้อนเจ้านายมัน ก็ตอนนี้พี่คังอินอยู่กับผม.... ก็ต้องให้ความสนใจแค่ผมสิ ไม่ใช่ความคิดที่ผิดไม่ใช่เหรอ?? “ไม่ง่วงแล้วหรือไง ?” ลมหายใจร้อน ๆ เป่ารดอยู่กับหูของผมก่อนที่ร่างเปลือยเปล่าของเค้าจะค่อย ๆ เขยิบขึ้นมาทาบผมไว้ทั้งตัวเหมือนเมื่อหนึ่งชม.ก่อนหน้านี้.... “พี่ลีทึกจะกลับมาแล้วเหรอฮะ?...” ผมเอามือประคองใบหน้าของพี่คังอินไว้ จ้องตาเค้า.... ทุกครั้งที่ถามแบบนี้ออกไป เค้าจะแสดงความอึดอัดออกมา..... ปิดเท่าไหร่ก็ไม่มิดอยู่ดี พี่คังอินเงียบอยู่ค่อนข้างนานทีเดียว ก่อนจะกดริมฝีปากลงมาอีกครั้ง..... ถึงยังไงพี่คังอินก็ยังเกรงใจพี่ลีทีกอยู่วันยังค่ำ ผมได้อ้อมกอดจากพี่คังอินก็แค่เวลาที่เจ้าของตัวจริงเค้าไปทำงาน แต่ถ้าใกล้เวลาคนๆ นั้นจะกลับมา... ผมก็ต้องยอมจำนนเป็นฝ่ายออกไป ก่อนที่พี่ลีทึกจะกลับเข้าหอมา พี่คังอินไม่ตอบ....... ..............แล้วผมก็ไม่ได้ต้องการคำตอบจริง ๆ สักเท่าไหร่ด้วย เพราะรู้อยู่แก่ใจ .............จึงปล่อยมันไปเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา แค่ก่อนที่พี่ลีทึกจะกลับมา ขอละกัน... ผมขอกอบโกยความสุขจากพี่คังอินให้ถึงที่สุด แล้วพอเสียงประตูหน้าหอดังขึ้น ผมก็จะลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าแล้วก็ตีหน้าตายออกไปยิ้มรับพี่ชาย คนดีของผมเหมือนกับทุกๆ วัน... ……………………………… ……………………… ……………… ผมบอกแล้วว่าถ้าผมจะผิด...... ก็ผิดอยู่แค่เรื่องเดียว ถ้าผมได้พบพี่คังอินก่อนพี่ลีทึก................................ .....บาปพวกนี้ก็อาจจะไม่รุมกัดกินร่างกายของผมจนไม่เหลือชิ้นดีเฉกเช่นกับตอนนี้ก็ได้ EnD of SiN +++++++++++++++++++++++++ AuThor Talk: อยากได้น้องคยูมาอยู่ในฟิคตัวเองนานแล้ว มาได้พล๊อตเรื่องนี้ออกแนวโหดร้ายไปสักนิด เหอๆๆ น้องน่ารัก... ให้อภัยหมดT_____Y ก็น้องรักของน้องนี่หน่า ขอบคุณทุกคอมเม้นนะค่ะ ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ *จิตสำนึกของนักอ่านที่ดี... อ่านแล้วกรุณาคอมเม้นถ้าไม่รบกวนจนเกินไปกรุณาคอมเม้นในทุกตอนที่อ่านด้วยค่ะ... ไม่งั้น คุณจะไม่มีฟิคให้อ่านกันอีก!!! *วิธีการเม้น กด コメント:... อันที่สามของแถวข้างล่างนะค่ะ แล้วเม้น ช่องแรกใส่ชื่อ แล้วก็เม้นเหมือนสตอรี่ไทยปรกติ แล้วกด Submit แล้วมันจะขึ้นเป็นอีกหน้าสีขาว ๆ ก็กดปุ่มนูน ๆ ข้างล่างสุดค่ะเป็นอันเรียบร้อย ขอบคุณทีให้ความร่วมมือค่ะ............. |
|
2007-09-11 Tue 17:12
Title : >>Love AV Paring : SiWon -x- HanGeng Author : HaneiBee Transform : LovexxxAV Jr.version fiction by NakAnE_hoNeY bee ควันบุหรี่ลอยฟุงในอากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดกระทัดรัดที่ถูกเรียกว่า...ออฟฟิศ....... ใช่แล้วหละ...สถานที่นี้คือออฟฟิศ หากแต่คงไม่ได้อยู่ในขอบข่ายของกฎหมายสักเท่าไหร่ บุรุษร่างสูงใหญ่ สัดส่วนได้มาตรฐานของผู้ชายทั่ว ๆ ไป ท่วงท่าและการเคลื่อนไหวพาให้คนที่มองแทบจะลืมกระพริบตา ซีวอนเคาะนิ้วลงกับโต๊ะเป็นการฆ่าเวลา.... รอให้คนที่โทรเรียกตัวมาเริ่มคุยรายละเอียดเรื่องงานสักที และดูเหมือนคนที่เอาแต่ขยับเลื่อนเมาท์ในมือจะรู้ตัวแล้วว่า....ซีวอนเกือบจะหมดความอดทนกับการรอเสียแล้ว " เอเยนต์เขาต้องการแบบขัดขืน ไม่สมยอม เห็นบอกว่าแบบเก่า ๆ คนเบื่อที่จะดูกันแล้ว ฉันเลยเรียกตัวนายมาคุยหน่อย " คังอินเริ่มบทสนทนาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ...พลางจิบกาแฟดำไปเรื่อย ๆ " ก็เข้าท่าดีเหมือนกัน...แต่เรื่องแค่นี้ไม่เห็นถึงกับต้องเรียกผมมาสักหน่อยนี่ " " แต่แบบนั้นเราก็ต้องจับคนมา มันเข้าข่ายลักพาตัวนะ...แล้วถ้าเกิดคนพวกนั้นไปแจ้งความทีหลัง...บริษัทเราก็แย่สิ " คำอธิบายของคังอินทำเอาคนฟังครุ่นคิดขึ้นมา... " ผมคิดว่าผมจัดการได้...พี่จัดหาคนมาเถอะ " " นายจะเอาจริงเหรอซีวอน...ถ้าเกิดถูกแจ้งความหละ? " " ตั้งบริษัทำหนังเอ็กซ์มาได้ตั้งหลายปี จะมากลัวอะไรกับอีแค่เรื่องเด็กโง่ ๆ พวกนั้นแจ้งความหละ พี่คังอิน...เชื่อมือผมเถอะ ขี้คร้านจะวิ่งโล่กลับมาขอเล่นหนังกับเราซะด้วยซ้ำ " ประเด็นที่เป็นปัญหามาในตอนต้น ได้รับทางออกจนได้ คังอินพยักหน้าให้เมื่ออีกคนขอตัวกลับ ....ไม่ผิดหวังจริง ๆ ที่ขอคำปรึกษาจากซีวอน ....ถูกอย่างที่ซีวอนว่าที่ตัวเขาตั้งบริษัทถ่ายทำหนังเอ็กซ์มาได้ตั้งหลายปีแล้ว และซีวอนนี่แหละก็คือหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการถ่ายทำให้เสร็จสมบูรณ์ออกมาเป็นแผ่นแต่ละแผ่น....... แน่นอนเชียวหละ....ว่ารูปร่างอย่างซีอวนมันช่างเหมาะเหลือเกินที่เกิดมาเพื่อเป็น.... พระเอกหนังเอ็กซ์ของบริษัทเขา !! +-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+ " อาจารย์มหาลัยเชียวเหรองานนี้ น่าสนใจดีแฮะ " ซีวอนที่สวมเพียงกางเกงยีนส์สีดำตัวเดียว ไล่สายตามองชายหนุ่มร่างขาวเปลือยเปล่า... สองมือถูกเชือกมัดจับไพล่ไว้ข้างหลัง.... บนใบหน้าได้รูปก็โดนผ้าสีดำคาดทั้งตาและปากไว้... ขาทั้งสองข้างก็ถูกเชือกลักษณะเดียวกันมัดไว้อีก นั่งอยู่บนเตียง ...น่าแปลกที่เขารู้สึกถึงแรงปรารถนาที่รุนแรงเสียจนพาลพาให้เกือบกระโจนตัวลงไปฟอนเฟ้นร่างยั่วยวนตรงหน้าซะเดี๋ยวนั้นให้ได้ " จะเริ่มถ่ายเลยนะ " " แล้วจะรออะไรอีกเล่า " สิ้นเสียงซีวอน ...กล้องที่ถูกตั้งไว้ยังรอบเตียงก็เริ่มทำงาน " อือๆ....อือ " เหมือนผู้เคราะห์ร้ายร่างขาวเริ่มอาระวาด... เมื่อร่างกายตัวเองกำลังโดนคุกคามจากคนแปลกหน้า ฮันกยองพยายามสะบัดหน้าสะบัดตัวให้พ้นจากการระดมจูบหื่นกระหายนั้น " ขัดขืนอย่างนี้ก็เร้าอารมณ์ดีชะมัด " เป็นฝ่ายซีวอนที่ยิ้มอย่างเบิกบานใจ กระชากร่างขาวที่ดิ้นส่ายให้แผ่หงายอยู่ใต้ร่างตัวเขา ตวัดตัวขึ้นคร่อมก่อนจะดึงผ้าสีดำที่ปิดปากไว้ออกแทบเป็นประชาก ...ชายหนุ่มร่างสูงเผลอครางออกมาโดยไม่รู้ตัว.... เมื่อมีโอกาสได้เห็นกลีบปากบางสีแดงเรื่อนั่นชัดเต็ม ๆ ปากสวยยิ่งกว่าผู้หญิงที่เขาเคยนอนมาด้วยทั้งชีวิตด้วยซ้ำ ... " ปล่อยฉัย...ปล่อยนะ...ไอ้...อุ้บ !! " คำบริภาษหลุดจากริมฝีปากสวยได้แค่นั้น เมื่อจัดการตัดทอนถ้อยคำหยาบคายด้วยรสจูบที่ป่าเถื่อนรุนแรง... หิวกระหาย ...ยิ่งคนข้างใต้พยายามต่อต้าน ......ซีวอนยิ่งขบกัดปลายลิ้นเหมือนจงใจช่วงชิงลมหายใจของฮันกยองให้ได้... ลิ้นอุ่นสอดแทรกผ่านแนวฟัน ดูดเม้มอย่างเพลิดเพลิ่นไปทั่วปาก.... มันคือความเร่าร้อนจากซีวอน แต่เป็นความป่าเถื่อนเหลือเกินสำหรับฮันกยอง ร่างขาวหอยหายใจหนัก ๆ ในลำคอ.... อากาศในร่างกายคล้ายจะหมดเต็มที มึนเมากับรสจุมพิตของชายที่ไม่มีโอกาสแต่จะได้เห็นหน้าค่าตา....!! " อือ....อือ...." ความหวาดกลัวจากการมองอะไรไม่เห็นในตอนแรกเนื่องจากโดยผ้าพันรอบดวงตาไว้.... เวลานี้ฮันกยองเริ่มหวั่นวิตกกับบุคคลที่รุกรานอยู่เหนือร่างเสียมากกว่า.... เพราะรู้ดีว่าทุกอย่างจะยังไม่จบลงแค่การจูบที่ต่ำช้าเลวทรามนี้แน่นอน คิดทบทวนเหตุการณ์ก่อนหน้าจะถูกจับมา .... จำได้ว่าเพิ่งบอกลากับเพื่อน ๆ อาจารย์และเหล่านักศึกษาที่คณะหลังจากสอนเสร็จ..... แล้วพอเดินออกมาถึงหน้ามหาวิทยาลัยได้ไม่ถึงสิบนาทีก็มีผู้ชายสองคนสวมแว่นดำทำทีท่าเข้ามาถามทาง ก่อนจะไม่ทันระวังตัวกับผ้าเช็ดหน้าที่หนึ่งในชายสองคนนั้นโปะจมูกแล้วสติทั้งหมดก็ดับวูบลง ..... พอมารู้สึกตัวอีกทีก็เห็นเพียงความมืดรายล้อมเต็มไปหมด ฮันกยองรู้ทันทีว่าโดนลักพาตัว.... แต่คงจะไม่ใช่กรณีเรียกค่าไถ่แน่นอน เพราะถึงจะมองไม่เห็นเพราะถูกผ้าพันรอบตาไว้... แต่ก็ไม่โง่จนเกินไปที่จะไม่รู้ว่าร่างกายของตัวเองเปลือยเปล่า... ทั้งปาก.... มือ.... และขานั้นถูกมัดไว้จนหมด ....! แล้วไอ้เสียงสั่งกล้องเดินเมื่อครู่ .... ก็ยิ่งย้ำความมั่นใจให้อีกว่าโดนจับตัวมาถ่ายหนังอย่างว่า .... ในขณะที่กำลังจับต้นชนปลายผูกโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ แขนทั้งสองข้างก็ถูกรวบŦ |





