...Together Love...
SiN

2007-09-25 Tue 17:22
Title: ... SiN ...

Paring: Kang-Kyu-Teuk
Author : HaneiBee





“เลิกเล่นเกมส์ได้แล้ว พวกนายสองคนน่ะ!” มือของผมชะงักตามเสียงที่ดังแทบจะทันที ผิดกับใครอีกคนที่นั่งอยู่อีกฝากหนึ่งของโต๊ะ... จนลีทึกเจ้าของเสียงดุ ๆ เมื่อกี้เดินเข้ามาคว้าเจ้าเครื่องเกมส์สีขาวในมือคนที่ไม่ยอมหยุดเล่นไป .......คงมีแต่ลีทึกคนเดียวที่กล้าทำแบบนี้กับคังอิน


“ยังไม่เริ่มถ่ายไม่ใช่เหรอ ? อย่ามามั่วกับฉันได้ไหม ทึกกี้!” เจ้าหมีคังขมวดคิ้วมุ่นตวัดหน้าขึ้นไปมองคนที่ดึงเครื่องเกมส์ของตัวเองไป


“ไปทำผมสิคยู คนอื่นเรียบร้อยกันหมดแล้ว” ไม่เพียงแต่ไม่ฟังที่คังอินพูดยังหันมาบอกให้ผมลุกขึ้นอีก... ผมมองเครื่องเกมส์ของพี่คังอินในมือลีดเดอร์หน้าสวย มือนั่นกำจนแน่น.... แน่นจนเหมือนต้องการสื่ออะไรบางอย่างออกมา สุดท้ายผมก็วางเกมส์แบบเดียวรุ่นเดียวกันกับที่ลีทึกกำไว้ในมือจะต่างกันก็ที่สี.... ผมกับพี่คังอินซื้อเกมส์มาพร้อมกันของพี่คังอินสีขาวส่วนของเป็นผมสีชมพูอ่อน.... ลงไว้บนโต๊ะแล้วเดินผ่านพี่ลีทึกไป


ผมชอบสายตาของพี่ลีทึกเวลาที่มองเครื่องเกมส์ของผมกับพี่คังอินจัง.... สายตาที่เยือกเย็นราวกับน้ำแข็งใต้มหาสมุทรลึกๆ .................... แล้วก็ยิ่งชอบใจไปใหญ่เวลาที่พี่เค้าเบือนหน้าหนี


“เอาเนื้อปลามานี่สิ....” พอพักจากถ่ายรูปทางทีมงานก็นำข้าวกล่องมาให้เหมือนกับทุกครั้ง แล้วมันก็เหมือนกับหนังม้วนเดิมที่ฉายซ้ำๆ ผมไม่ชอบกินเนื้อปลาเท่าไหร่..... เป็นที่รู้กันดีสำหรับคนในวง พี่คังอินคีบเนื้อไก่ในกล่องของตัวเองมาใส่ไว้ในข้าวกล่องของผมเพื่อแลกกับเนื้อปลาที่ผมไม่ชอบกิน.....


ก็แค่ความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น....... ในสายตาคนอื่น
แต่สำหรับผม............. มันไม่ใช่


ยิ่งพี่คังอินใส่ใจผมมากเท่าไหร่ ความเห็นแก่ตัวก็เกาะกินหัวใจที่เคยบริสุทธิ์ของผมมากขึ้นเท่านั้น
หัวใจคนเราพอมันแปดเปื้อนไปสักนิด..... ก็ลุกลามไปทั่วจนมองแทบไม่เห็นเนื้อแท้เดิมของมัน




...........หัวใจของผมแปดเปื้อนหมดหรือยังนะ ตอนนี้ ??



ผมเหลือบมองพี่ลีทึกที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คนใจดีที่เพิ่งแสดงความใส่ใจต่อผม... บังเอิญพอดีกับที่เค้าก็กำลังมองผมเหมือนกัน ผมรู้สึกชาไปทั่วหน้ากับสายตาแบบนั้น อย่ามองน้องตัวเองด้วยสายตาร้ายกาจแบบนั้นสิ พี่ลีทึกคนดี....



“เดี๋ยวก่อนกลับหอแวะซื้อของกินไปแช่ตู้เย็นไว้หน่อยดีกว่านะ คังอิน.... เมื่อคืนเห็นนายบ่น ๆ ว่าไม่มีอะไรกินเลยนี่”


“อืม... แล้วแต่สิ” นี่คือวิธีเบี่ยงเบนความสนใจของพี่คังอินไปจากผม.... มันเป็นวิธีที่พี่ลีทึกทำอยู่เสมอ ๆ ถามว่าได้ผลไหม ผมว่าก็แค่ในระดับหนึ่งนะ.... ระดับล่าง ๆ เสียด้วยซ้ำ


ผมมองสู้สายตานั่น..... เหมือนกับทุกครั้งที่เค้าทำแบบนี้


ผมยังศรัทธาในตัวพี่ลีทึก..... เค้าเป็นรุ่นพี่ที่ดี.... สอนผมให้รู้จักกับวงการนี้ เค้าให้ผมแทบจะทุกอย่าง.... แต่นั่นก็แค่ในอดีต สายตาเย็นชาแบบนี้ผมได้สัมผัสกับมันตั้งแต่วันนั้น..... วันที่พี่ลีทึกรู้ว่าผมคิดไม่ซื่อกับพี่คังอิน คงเป็นธรรมดาของสัญชาติญาณการหวงของมนุษย์เรา..... กับความก่ำกึ่งกับการที่จะสูญเสียและการจะคงอยู่ของคนที่ตัวเองรัก.....


“ไปหาหมอดีกว่า.... ลุกขึ้นเถอะ” หน้าฝนที่แสนเย็นช่ำเมื่อปีที่แล้ว.... ผมเป็นไข้หนักแต่ก็ยังลากสังขารมาทำงาน ไม่รู้ตัวหรอกว่าฟุบหลับไปตอนไหน ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็มีมืออุ่น ๆ อังอยู่บนหน้าผากของผมแล้ว... ฝ่ามือใหญ่ลูบหัวผมเบา ๆ คล้ายกับกล่อมเด็กเล็ก ๆ ให้ยอมจำนนต่อการไปหาหมอ คนเราก็ต้องการแค่นี้แหละ....


ใครสักคนที่เป็นเหมือนพี่คังอินตอนนั่น.....


“ลุกไม่ไหวน่ะฮะ....” พอลืมตาตื่นเต็มที่ก็เห็นว่าเป็นพี่คังอิน เค้ายิ้มๆ ก่อนจะสอดแขนสองข้างเข้ามาประคองตัวผมให้ลุกขึ้น... ตอนนั้นผมทั้งปวดหัว ทั้งไม่มีแรง พอเจอกับอกกว้างๆ อุ่น ๆ เข้าก็ซบลงไป.... ผมเพิ่งเคยทำแบบนี้กับพี่คังอิน อกของพี่ชายคนนี้อุ่นอย่าบอกใคร.... อุ่นจนผมมีความคิดที่ว่าอยากให้อ้อมอกอุ่นๆ นี้เป็นของผมแค่คนเดียว


ระหว่างที่พี่คังอินประคองผมไปขึ้นรถเพื่อจะไปหาหมอ ผมได้เหลือบเห็นความเย็นชาที่ส่งผ่านมาจากสายตาของพี่ชายของผมอีกคน..... ปาร์ค จองซู



สองคนนี้คบกัน..... ใคร ๆ ก็รู้ ผมหลบสายตาของพี่ลีทึก ผงกหัวขึ้นมาจากอกกว้าง ๆ นั่นทันที มันเหมือนกับคนทำความผิดไว้แล้วโดนจับได้ เหมือนพี่ลีทึกจะรู้ว่าผมกำลังอยากได้คนรักของเค้ามา.....


แว่บแรกผมคิดนะ.... ว่า ผมไม่ทำแบบนั้นหรอกน่า ผมนับถือทั้งพี่คังอิน ทั้งพี่ลีทึกพอ ๆ กันด้วยซ้ำ
แต่....... พอมารู้ตัวอีกที ผมก็ได้กลายเป็นคนบาปไปเสียแล้ว



ทั้งหัวใจที่แปดเปื้อน...... ทั้งร่างกายที่เต็มไปด้วย บาป
น่ารังเกียจมากเลยสินะ สำหรับตัวผมในตอนนี้ …



“คยูอยู่กับนายหรือเปล่า ซองมิน?!” บาปของผมนับวันก็ยิ่งมากขึ้น ๆ พี่คังอินไม่ได้มองผมในฐานะน้องชายอีกต่อไป เพราะการที่ผมต้องนอนซมอยู่รพ.จากอุบัติเหตุและกลับไปรักษาตัวที่บ้าน ผมกับพี่คังอินจึงเจอกันน้อยลง การพบหน้ากันน้อยครั้ง ทำให้พี่คังอินเริ่มแสดงความรู้สึกลึก ๆ ออกมา..... อย่างเช่นการโทรตามหาตัวผมกับคนโน้นคนนี้ เวลาที่ผมปิดมือถือ


ถ้าพี่ลีทึกมีวิธีเบี่ยงเบนความสนใจจากพี่คังอินแบบนั้น.... การปิดมือถือหนีของผมก็เป็นวิธีหนึ่งที่เอาไว้เรียกร้องความสนใจจากพี่คังอินเหมือนกัน.... และผมคิดว่าวิธีของผมได้ผลที่ดีกว่าวิธีเด็ก ๆ แบบนั้นของพี่ลีทึกมากอยู่หลายเท่าตัวทีเดียว



“อยู่ ทำไมเหรอ?” พี่ซองมินกรอกตามาทางผมที่นั่งกินแฮมเบอร์เกอร์อย่างสบายอารมณ์ เสียงของพี่คังอินดังจนลอดออกมาจากมือถือนั่น... ผมลอบยิ้มอยู่เงียบ ๆ คนเดียวเมื่อพอจะจับใจความได้ว่าพี่คังอินถามสถานที่ที่ผมกับพี่ซองมินอยู่แล้วก็วางสายไป ผมรู้ว่าพี่ซองมินก็รู้ว่า.... ผมกับพี่คังอิน ความสัมพันธ์เป็นแบบไหน


"เดี๋ยวฉันต้องโดนด่าอีก...." ผมยักไหล่ไม่สนใจกับคำโอดครวญของพี่ซองมินเพราะกำลังสนใจกับการนับถอยหลังจับเวลาว่าพี่คังอินจะรีบดิ่งมาหาผมภายในเวลากี่นาที....


แล้วให้หลังไม่ถึงครึ่งชม. ผมก็ได้เห็นสีหน้าโกรธจัดของพี่คังอินโผล่มา.....


“บอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าไม่ให้ออกไปไหน ร่างกายนายยังไม่แข็งแรงดี! แล้วมือถืออีกทำไมไม่เปิดเครื่องไว้”

“ก็แบตมันหมดน่ะฮะ”


“ถ้าแบตหมดแล้วนัดซองมินออกมากินข้าวได้ไง?!” ร่างสูงยังหัวเสียไม่เลิก ผมไม่ได้แก้ตัวอะไรอีก เดินไปขึ้นรถของพี่คังอินตรงที่นั่งด้านหน้า สักพักทั้งเจ้าของรถเองและพี่ซองมินก็เดินตามมา เราแวะส่งพี่ซองมินที่ร้านเสื้อผ้าสักร้านหนึ่งแถว ๆ นั้นลงก่อน แต่พี่คังอินไม่ยอมให้ผมลงด้วย.... เค้าพาผมไปที่หอพัก


“พี่ลีทึกหละฮะ?” ความจริงไม่ต้องถามออกไปก็ได้ พี่คังอินคงจะเคลียร์ทางนั้นไว้ดีแล้วถึงกล้ามารับผมที่นี่... เค้าสวมกอดผมจากทางด้านหลังก่อนจะเอาหน้าซุกอยู่กับต้นคอผม... หลังจากพาผมเข้ามาในห้องนอน


“จัดรายการเหมือนเดิมแหละ...” เสียงตอบอู้อี้จนฟังแทบไม่ได้ศัพท์จากริมฝีปากที่กำลังจูบผมอยู่... มันทิ่มแทงหัวใจผมเหมือนกันนะ ... เพราะตัวจริงไม่อยู่สินะถึงรีบดิ่งไปรับผมมาแบบนี้ แต่ก็ช่างเหอะ ถ้าแทนด้วยรสจูบหวาน ๆ แบบนี้ก็ถือว่า เจ๊ากันได้อยู่หละ


ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองผิด..... แต่ถ้าผมจะผิด ความผิดของผมมีอยู่แค่ความผิดเดียว
…………………………….
………………….
………….


คือ ... การที่ผมพบพี่คังอินช้ากว่าพี่ลีทึก ........ก็เท่านั้น



Tlu….tlu…..tlu…..



มือถือของพี่คังอินดังแผดเสียงร้องขึ้นหลังจากผมผล๊อยหลับไปได้ไม่ถึงชม.ดี และเสียงเรียกเค้าแบบนี้ก็มีอยู่คนเดียว เจ้าของของคนที่ผมกำลังกอดอยู่


“อยู่หอน่ะ.... นอนแล้ว .......อืมๆๆ ..........’ ผมเคยคิดอยู่หลายครั้งนะว่าถ้าผมแกล้งส่งเสียงอะไรออกไปให้พี่ลีทึกได้ยิน...... จะเกิดอะไรขึ้น..... แต่ก็แค่คิด ผมซุกหน้าลงกับอกอุ่น ๆ ของพี่คังอิน หลังจากเค้าวางโทรศัพท์ไว้บนหัวเตียงตามเดิม..... ผมกอดเค้า .....ถูหน้าไปมาเหมือนเวลาลูกแมวมันอ้อนเจ้านายมัน



ก็ตอนนี้พี่คังอินอยู่กับผม.... ก็ต้องให้ความสนใจแค่ผมสิ ไม่ใช่ความคิดที่ผิดไม่ใช่เหรอ??


“ไม่ง่วงแล้วหรือไง ?” ลมหายใจร้อน ๆ เป่ารดอยู่กับหูของผมก่อนที่ร่างเปลือยเปล่าของเค้าจะค่อย ๆ เขยิบขึ้นมาทาบผมไว้ทั้งตัวเหมือนเมื่อหนึ่งชม.ก่อนหน้านี้....


“พี่ลีทึกจะกลับมาแล้วเหรอฮะ?...” ผมเอามือประคองใบหน้าของพี่คังอินไว้ จ้องตาเค้า.... ทุกครั้งที่ถามแบบนี้ออกไป เค้าจะแสดงความอึดอัดออกมา..... ปิดเท่าไหร่ก็ไม่มิดอยู่ดี พี่คังอินเงียบอยู่ค่อนข้างนานทีเดียว ก่อนจะกดริมฝีปากลงมาอีกครั้ง.....


ถึงยังไงพี่คังอินก็ยังเกรงใจพี่ลีทีกอยู่วันยังค่ำ ผมได้อ้อมกอดจากพี่คังอินก็แค่เวลาที่เจ้าของตัวจริงเค้าไปทำงาน แต่ถ้าใกล้เวลาคนๆ นั้นจะกลับมา... ผมก็ต้องยอมจำนนเป็นฝ่ายออกไป ก่อนที่พี่ลีทึกจะกลับเข้าหอมา




พี่คังอินไม่ตอบ.......


..............แล้วผมก็ไม่ได้ต้องการคำตอบจริง ๆ สักเท่าไหร่ด้วย เพราะรู้อยู่แก่ใจ


.............จึงปล่อยมันไปเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา


แค่ก่อนที่พี่ลีทึกจะกลับมา ขอละกัน... ผมขอกอบโกยความสุขจากพี่คังอินให้ถึงที่สุด
แล้วพอเสียงประตูหน้าหอดังขึ้น ผมก็จะลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าแล้วก็ตีหน้าตายออกไปยิ้มรับพี่ชาย
คนดีของผมเหมือนกับทุกๆ วัน...


………………………………
………………………
………………




ผมบอกแล้วว่าถ้าผมจะผิด...... ก็ผิดอยู่แค่เรื่องเดียว


ถ้าผมได้พบพี่คังอินก่อนพี่ลีทึก................................




.....บาปพวกนี้ก็อาจจะไม่รุมกัดกินร่างกายของผมจนไม่เหลือชิ้นดีเฉกเช่นกับตอนนี้ก็ได้







EnD of SiN



+++++++++++++++++++++++++


AuThor Talk:
อยากได้น้องคยูมาอยู่ในฟิคตัวเองนานแล้ว มาได้พล๊อตเรื่องนี้ออกแนวโหดร้ายไปสักนิด เหอๆๆ น้องน่ารัก... ให้อภัยหมดT_____Y

ก็น้องรักของน้องนี่หน่า


ขอบคุณทุกคอมเม้นนะค่ะ


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

*จิตสำนึกของนักอ่านที่ดี... อ่านแล้วกรุณาคอมเม้นถ้าไม่รบกวนจนเกินไปกรุณาคอมเม้นในทุกตอนที่อ่านด้วยค่ะ... ไม่งั้น คุณจะไม่มีฟิคให้อ่านกันอีก!!!


*วิธีการเม้น

กด コメント:... อันที่สามของแถวข้างล่างนะค่ะ แล้วเม้น
ช่องแรกใส่ชื่อ แล้วก็เม้นเหมือนสตอรี่ไทยปรกติ แล้วกด Submit
แล้วมันจะขึ้นเป็นอีกหน้าสีขาว ๆ ก็กดปุ่มนูน ๆ ข้างล่างสุดค่ะเป็นอันเรียบร้อย
ขอบคุณทีให้ความร่วมมือค่ะ.............








別窓 | ~*KangKyu Lover*~ | コメント:12 | トラックバック:0 | top↑

Juliet don't cry

2007-09-19 Wed 07:02
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

TiTle:Juliet don’t cry
F.T.Island FicTion
Author:HaneiBee


“เด็กนายมาแล้ว ไอ้วอน”

“จะให้พูดกี่ครั้งว่ะ ว่าเจ้าเด้กจุ้นนี้ไม่ใช่เด็กฉัน ขอหล่ะไอ้ฮง เลิกพูดซะทีเหอะ”หนุ่มหน้าเซ็งหันไปมองเพื่อนที่แซวเมื่อครู่ บ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่

“ก็เห็นตามนายต้อยๆ พี่วอนอย่างโน้นพี่วอนอย่างนี้ ถ้าบอกว่าเป็นลูกนายฉันยังจะเชื่อเลย”

“ลูกบ้าลูกบออะไร ก็แค่เด็กข้างบ้านคนหนึ่ง รำคาญจะตายชัก” ประโยคสุดท้ายทำเอาคนฟังไม่กล้าต่อปากต่อคำอะไรอีก... เห็นทีโอ วอนบินที่ชักสีหน้าไม่พอใจอยู่แต่เริ่มเดิมทีจะไม่สบอารมณ์เข้าจริงๆ….

ก็แซวเล่นเรื่องนี้มาแต่ไหนแต่ไร... ไหงวันนี้ถึงหงุดหงิดเสียจริงจัง ฮงกิที่ออกปากแซวแต่แรกเดินลงจากเวทีภายในห้องซ้อมของชมรมเข้าไปหาเด็กหนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้มในชุดม.ต้นตรงเก้าอี้ด้านล่าง…


“วันนี้มาเร็วจังมินฮวัน.... คัดเลือกตัวเสร็จแล้วเหรอ?”


“เสร็จแล้วฮะ... ผมได้เป็นตัวเด่นรองๆ จากพระเอกนางเอกเลยละ พี่ฮงกิ” เสียงเจื้อยแจ้วอวดพร้อมกับยิ้มจนแก้มขาวๆ นั้นแทบปริ ฮงกิเห็นแล้วก็อดเอ็นดูไม่ได้ พลางเหลือบมองวอนบินที่ยังยืนเกากีตาร์ต่อเพลงอยู่บนเวที... ที่ไม่ตามลงมาหวังว่าคงไม่ได้โกรธที่เค้าแซวเรื่องที่มินฮวันเป็นเด็กของเจ้าตัวหรอกนะ


“พี่วอนบินโมโหอะไรหรือเปล่า ดูทำหน้าเข้าสิ?” เจ้าตัวเล็กบู้หน้าตาจดจ้องอยู่แต่คนหน้านิ่งบนเวที เมื่อไหร่กันนะสายตาแบบนั้นของชเว มินฮวันจะส่งมาถึงลี ฮงกิคนนี้บ้าง....


“เอ่อ แล้วตกลงใครได้เป็นโรมิโอกับจูเลียตละ มิน?” ดวงอาทิตย์ที่เปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดงๆ ปกคลุมไปทั่วถนน สองเด็กหนุ่มในชุดม.ปลายกับอีกหนึ่งเด็กหนุ่มในชุดม.ต้นเดินเคียงกันมาเรื่อยๆ เป็นภาพชินตาของคนละแวกนั้นที่มักจะเห็นวอนบิน ฮงกิและมินฮวันเดินด้วยกันเสมอๆ เพื่อไปรร.และกลับบ้าน มินฮวันทำหัวคิ้วย่นนิด ๆกับก่อนจะตอบคำถามของฮงกิ…


“ยังไม่ลงตัวเลยฮะ ตอนแรกพี่คยูฮยอนที่อยู่ม.6จะเล่นเป็นโรมิโอแต่พอดีว่าพี่เค้าเกิดอุบัติเหตุเสียก่อนต้องเข้าเฝือกขาด้วยเลยถอนตัวไปแล้ว ยิ่งตัวจูเลียตอีกพี่จงฮุนบอกยังไม่ปิ๊งใครเลยฮะ” หนุ่มน้อยเอ่ยถึงรุ่นพี่ม.6 แสนหล่อเหลาที่ต้องถอนตัวออกจากบทโรมิโอก็ทำหน้าเสียดาย... ป๊อบที่สุดในรร.แล้วด้วยรายนี้


“แล้วจงฮุนมันจะอาใคร รร.เราก็มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น?” ฮงกิคิดไม่ตกว่ารองประธานชมรมการแสดงอย่างจงฮุนจะเอาใครเป็นจูเลียตยิ่งเป็นรร.ชายล้วนแบบนี้อีก


“เห็นว่าจะยืมตัวจากชมการแสดงของรร.N มาน่ะฮะ ผมอยากเห็นหน้าจริงๆ ว่าจะน่ารักแค่ไหนเชียว”


“รร.N ก็รร.ชายล้วนเหมือนกันนี่?”


“ฮะ เห็นว่าป๊อบน่าดู รุ่นน้องพวกพี่ฮงกิกับพี่วอนบินปีหนึ่งเอง” น้ำเสียงฟึดฟัดตามประสาเด็กทำเอาฮงกิแทบหลุดขำ มินฮวันเป็นเด็กซื่อบริสุทธิ์... คิดยังไงก็แสดงออกมาแบบนั้น เจ้าตัวเล็กจะรู้มั้ยนะว่านี่แหละคือ เสน่ห์เฉพาะตัวของตัวเองที่ทำให้คนอื่นๆ ตกหลุมรักได้อย่างง่ายดายทีเดียว

รวมถึงฮงกิคนนี้ด้วย.....


“เลิกพูดเรื่องละครเวทีไร้สาระซะทีได้มั้ย เบื่อจะตายชัก!” เกือบลืมไปว่าปล่อยให้อีกคนที่เดินเคียงมาด้วยเงียบอยู่คนเดียว ฮงกิเห็นเจ้าตัวเล็กถึงกับหน้าเสียที่วอนบินเล่นพูดไม่รักษาน้ำใจกันสักนิด มินฮวันรักและหลงใหลในการแสดงถึงขั้นที่ว่าสมัครเข้าชมรมนี้มาตั้งแต่ม.1 ส่วนวอนบินและตัวเค้ารักการเล่นดนตรีและการร้องเพลงพอกันถึงเลือกเข้าชมรมดนตรี...



“ทำไมพี่วอนชอบว่าเรื่องการแสดงเป็นเรื่องไร้สาระด้วย ตัวเองไม่ชอบก็ไม่ต้องมาว่าเรื่องที่คนอื่นเค้าชอบสิ!!” ฮงกิหน้าเหวอ เมื่อมินฮวันผลักอกอีกคนจนเซหงายหลังไปกองกับพื้นถนน ใครจะคิดกันว่าหนูน้อยมินฮวันที่ตามเกาะวอนบินเป็นลูกแมวติดแม่จะกล้าทำแบบนี้ คราวนี้คงโกรธจัดเข้าขั้นแต่ที่ทำให้ทั้งฮงกิและวอนบินตกใจจนหน้าชาวาบ ก็คงพวกอาการและคำพูดระเบิดอารมณ์ที่มินฮวันพรั่งพรูออกมาอีก


“แล้วก็เลิกเรียกผมว่าเด็กจุ้นด้วย! ถ้ารำคาญผมมากขนาดนั้นทำไมไม่พูดออกมาตรงๆ เล่า?! เด็กข้างบ้านอย่างผมฟังภาษาคนรู้เรื่องหรอกน่ะ!!” วิ่งหนีไปแล้ว เห็นยกหลังมือป้ายน้ำตา ทั้งที่สะอื้นร้องไห้ก็ยังกัดฟันพูดจนจบ ฮงกิที่จะวิ่งตามไปถูกคนที่เพิ่งลุกขึ้นเรียกไว้...



“ไม่ต้องตามไอ้ฮง ปล่อยไปก่อน”


“มินฮวันร้องไห้ นายตาบอดหรือไงว่ะ แล้วที่เค้าพูดมาแสดงว่าเค้าได้ยินที่เราสองคนคุยกัน นายยังทำใจเย็นได้ไง??”



“ฉันรู้จักมินฮวันดี เด็กนั่นเกาะหลังฉันมาเป็นสิบๆ ปี นายไม่ต้องกังวลไปหรอก ร้องไห้คืนเดียวพรุ่งนี้ก็ยิ้มออกแล้ว”


“อั๊ก!!!” วอนบินร่วงไปกองที่พื้นอีกรอบโดยหมัดหนักๆ ของฮงกิ เช็ดหยดเลือดเหนียวๆ ที่มุมปาก มองหน้าเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ



“ต่อยฉันทำไมไอ้ฮง เป็นบ้าอะไรของนาย??”

“นายกล้าพูดได้เต็มปากเหรอว่ารู้จักมินฮวันดี เห็นเด็กนั่นมาเป็นสิบๆ ปี ถ้านายรู้จักเค้าดีพอ แล้วรู้มั้ย ว่าทำไมเค้าถึงร้องไห้เมื่อกี้??!!”


“ก็ฉันว่าเรื่องละครเวทีงี่เง่านั้นไง”

“ไม่ใช่!! ” ฮงกิสวนขึ้นเสียงดัง โมโหคนตรงหน้าแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คบกันมาตั้งแต่ม.ต้น กอดคอกันเรียน เที่ยว กินมาไม่รุ้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่โมโหจนต่อยไปแบบนี้



“เพราะเด็กนั่นร....”




“นายสองคนมาทำบ้าอะไรกันตรงนี้เนี้ย?????”



TBC.

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

*จิตสำนึกของนักอ่านที่ดี... อ่านแล้วกรุณาคอมเม้นถ้าไม่รบกวนจนเกินไปกรุณาคอมเม้นในทุกตอนที่อ่านด้วยค่ะ... ไม่งั้น คุณจะไม่มีฟิคให้อ่านกันอีก!!!


*วิธีการเม้น

กด コメント:... อันที่สามของแถวข้างล่างนะค่ะ แล้วเม้น
ช่องแรกใส่ชื่อ แล้วก็เม้นเหมือนสตอรี่ไทยปรกติ แล้วกด Submit
แล้วมันจะขึ้นเป็นอีกหน้าสีขาว ๆ ก็กดปุ่มนูน ๆ ข้างล่างสุดค่ะเป็นอันเรียบร้อย
ขอบคุณทีให้ความร่วมมือค่ะ.............






別窓 | ~*F.T.FicTion*~ | コメント:12 | トラックバック:0 | top↑

>>Love AV

2007-09-11 Tue 17:12
Title : >>Love AV

Paring : SiWon -x- HanGeng
Author : HaneiBee

Transform : LovexxxAV Jr.version fiction by NakAnE_hoNeY bee




ควันบุหรี่ลอยฟุงในอากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดกระทัดรัดที่ถูกเรียกว่า...ออฟฟิศ....... ใช่แล้วหละ...สถานที่นี้คือออฟฟิศ หากแต่คงไม่ได้อยู่ในขอบข่ายของกฎหมายสักเท่าไหร่

บุรุษร่างสูงใหญ่ สัดส่วนได้มาตรฐานของผู้ชายทั่ว ๆ ไป ท่วงท่าและการเคลื่อนไหวพาให้คนที่มองแทบจะลืมกระพริบตา
ซีวอนเคาะนิ้วลงกับโต๊ะเป็นการฆ่าเวลา.... รอให้คนที่โทรเรียกตัวมาเริ่มคุยรายละเอียดเรื่องงานสักที และดูเหมือนคนที่เอาแต่ขยับเลื่อนเมาท์ในมือจะรู้ตัวแล้วว่า....ซีวอนเกือบจะหมดความอดทนกับการรอเสียแล้ว


" เอเยนต์เขาต้องการแบบขัดขืน ไม่สมยอม เห็นบอกว่าแบบเก่า ๆ คนเบื่อที่จะดูกันแล้ว ฉันเลยเรียกตัวนายมาคุยหน่อย " คังอินเริ่มบทสนทนาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ...พลางจิบกาแฟดำไปเรื่อย ๆ


" ก็เข้าท่าดีเหมือนกัน...แต่เรื่องแค่นี้ไม่เห็นถึงกับต้องเรียกผมมาสักหน่อยนี่ "

" แต่แบบนั้นเราก็ต้องจับคนมา มันเข้าข่ายลักพาตัวนะ...แล้วถ้าเกิดคนพวกนั้นไปแจ้งความทีหลัง...บริษัทเราก็แย่สิ " คำอธิบายของคังอินทำเอาคนฟังครุ่นคิดขึ้นมา...


" ผมคิดว่าผมจัดการได้...พี่จัดหาคนมาเถอะ "

" นายจะเอาจริงเหรอซีวอน...ถ้าเกิดถูกแจ้งความหละ? "


" ตั้งบริษัทำหนังเอ็กซ์มาได้ตั้งหลายปี จะมากลัวอะไรกับอีแค่เรื่องเด็กโง่ ๆ พวกนั้นแจ้งความหละ พี่คังอิน...เชื่อมือผมเถอะ ขี้คร้านจะวิ่งโล่กลับมาขอเล่นหนังกับเราซะด้วยซ้ำ " ประเด็นที่เป็นปัญหามาในตอนต้น ได้รับทางออกจนได้ คังอินพยักหน้าให้เมื่ออีกคนขอตัวกลับ ....ไม่ผิดหวังจริง ๆ ที่ขอคำปรึกษาจากซีวอน ....ถูกอย่างที่ซีวอนว่าที่ตัวเขาตั้งบริษัทถ่ายทำหนังเอ็กซ์มาได้ตั้งหลายปีแล้ว และซีวอนนี่แหละก็คือหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการถ่ายทำให้เสร็จสมบูรณ์ออกมาเป็นแผ่นแต่ละแผ่น....... แน่นอนเชียวหละ....ว่ารูปร่างอย่างซีอวนมันช่างเหมาะเหลือเกินที่เกิดมาเพื่อเป็น....


พระเอกหนังเอ็กซ์ของบริษัทเขา !!



+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+



" อาจารย์มหาลัยเชียวเหรองานนี้ น่าสนใจดีแฮะ " ซีวอนที่สวมเพียงกางเกงยีนส์สีดำตัวเดียว ไล่สายตามองชายหนุ่มร่างขาวเปลือยเปล่า... สองมือถูกเชือกมัดจับไพล่ไว้ข้างหลัง.... บนใบหน้าได้รูปก็โดนผ้าสีดำคาดทั้งตาและปากไว้... ขาทั้งสองข้างก็ถูกเชือกลักษณะเดียวกันมัดไว้อีก นั่งอยู่บนเตียง ...น่าแปลกที่เขารู้สึกถึงแรงปรารถนาที่รุนแรงเสียจนพาลพาให้เกือบกระโจนตัวลงไปฟอนเฟ้นร่างยั่วยวนตรงหน้าซะเดี๋ยวนั้นให้ได้


" จะเริ่มถ่ายเลยนะ "

" แล้วจะรออะไรอีกเล่า " สิ้นเสียงซีวอน ...กล้องที่ถูกตั้งไว้ยังรอบเตียงก็เริ่มทำงาน

" อือๆ....อือ " เหมือนผู้เคราะห์ร้ายร่างขาวเริ่มอาระวาด... เมื่อร่างกายตัวเองกำลังโดนคุกคามจากคนแปลกหน้า ฮันกยองพยายามสะบัดหน้าสะบัดตัวให้พ้นจากการระดมจูบหื่นกระหายนั้น


" ขัดขืนอย่างนี้ก็เร้าอารมณ์ดีชะมัด " เป็นฝ่ายซีวอนที่ยิ้มอย่างเบิกบานใจ กระชากร่างขาวที่ดิ้นส่ายให้แผ่หงายอยู่ใต้ร่างตัวเขา ตวัดตัวขึ้นคร่อมก่อนจะดึงผ้าสีดำที่ปิดปากไว้ออกแทบเป็นประชาก ...ชายหนุ่มร่างสูงเผลอครางออกมาโดยไม่รู้ตัว.... เมื่อมีโอกาสได้เห็นกลีบปากบางสีแดงเรื่อนั่นชัดเต็ม ๆ ปากสวยยิ่งกว่าผู้หญิงที่เขาเคยนอนมาด้วยทั้งชีวิตด้วยซ้ำ ...


" ปล่อยฉัย...ปล่อยนะ...ไอ้...อุ้บ !! " คำบริภาษหลุดจากริมฝีปากสวยได้แค่นั้น เมื่อจัดการตัดทอนถ้อยคำหยาบคายด้วยรสจูบที่ป่าเถื่อนรุนแรง... หิวกระหาย ...ยิ่งคนข้างใต้พยายามต่อต้าน ......ซีวอนยิ่งขบกัดปลายลิ้นเหมือนจงใจช่วงชิงลมหายใจของฮันกยองให้ได้... ลิ้นอุ่นสอดแทรกผ่านแนวฟัน ดูดเม้มอย่างเพลิดเพลิ่นไปทั่วปาก.... มันคือความเร่าร้อนจากซีวอน แต่เป็นความป่าเถื่อนเหลือเกินสำหรับฮันกยอง ร่างขาวหอยหายใจหนัก ๆ ในลำคอ.... อากาศในร่างกายคล้ายจะหมดเต็มที มึนเมากับรสจุมพิตของชายที่ไม่มีโอกาสแต่จะได้เห็นหน้าค่าตา....!!


" อือ....อือ...." ความหวาดกลัวจากการมองอะไรไม่เห็นในตอนแรกเนื่องจากโดยผ้าพันรอบดวงตาไว้.... เวลานี้ฮันกยองเริ่มหวั่นวิตกกับบุคคลที่รุกรานอยู่เหนือร่างเสียมากกว่า.... เพราะรู้ดีว่าทุกอย่างจะยังไม่จบลงแค่การจูบที่ต่ำช้าเลวทรามนี้แน่นอน


คิดทบทวนเหตุการณ์ก่อนหน้าจะถูกจับมา .... จำได้ว่าเพิ่งบอกลากับเพื่อน ๆ อาจารย์และเหล่านักศึกษาที่คณะหลังจากสอนเสร็จ..... แล้วพอเดินออกมาถึงหน้ามหาวิทยาลัยได้ไม่ถึงสิบนาทีก็มีผู้ชายสองคนสวมแว่นดำทำทีท่าเข้ามาถามทาง ก่อนจะไม่ทันระวังตัวกับผ้าเช็ดหน้าที่หนึ่งในชายสองคนนั้นโปะจมูกแล้วสติทั้งหมดก็ดับวูบลง .....


พอมารู้สึกตัวอีกทีก็เห็นเพียงความมืดรายล้อมเต็มไปหมด ฮันกยองรู้ทันทีว่าโดนลักพาตัว.... แต่คงจะไม่ใช่กรณีเรียกค่าไถ่แน่นอน เพราะถึงจะมองไม่เห็นเพราะถูกผ้าพันรอบตาไว้... แต่ก็ไม่โง่จนเกินไปที่จะไม่รู้ว่าร่างกายของตัวเองเปลือยเปล่า... ทั้งปาก.... มือ.... และขานั้นถูกมัดไว้จนหมด ....!

แล้วไอ้เสียงสั่งกล้องเดินเมื่อครู่ .... ก็ยิ่งย้ำความมั่นใจให้อีกว่าโดนจับตัวมาถ่ายหนังอย่างว่า .... ในขณะที่กำลังจับต้นชนปลายผูกโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ แขนทั้งสองข้างก็ถูกรวบŦ